Advertising in MarinerThai.Com Bangkok Maritime Institute

:: กลับไปหน้าแรกของสาระไอทีสำหรับชาวเรือ ::

:: สาระไอทีต่างๆ สำหรับชาวเรือ ::

การบริหารจัดการ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Disk Management ของวินโดว์

การบริหารจัดการ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Disk Management ของวินโดว์


โปรแกรม Disk Management ของวินโดว์ สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของ Drive และสามารถปรับแต่งการใช้งาน Drive ได้เช่น การแบ่งเนื้อที่บน Harddisk การทำ Format ระบบไฟล์ต่างๆ และการกำหนด Drive หรือ Path ให้กับ Drive Partition นั้นๆ

ขั้นตอนการเข้า Disk Management

1. คลิกขวาที่ My Computer

2. เลื่อนเมาส์ไปที่ตัวเลือก Manage จะแสดงเมนูของ Computer Management ขึ้นมา

3. เลื่อนเมาส์ไปที่ตัวเลือก Disk Management

การตรวจสอบคุณสมบัติของ Drive

สามารถตรวจสอบชนิดของ Drive ระบบไฟล์ พื้นที่การใช้งานบน Disk Drive ได้โดยทำการเรียกไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk Properties โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา

2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ Drive ที่ต้องการ

3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Properties จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk Properties ขึ้นมา โดยจะสามารถทราบละเอียดต่างๆ เช่น Drive ระบบไฟล์ โดยจะประกอบด้วยแท็บใช้งานดังนี้

a. แท็บ General กล่าวถึงรายละเอียดของดิสก์ไดรฟ์

b. แท็บ Tools กล่าวถึงเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับ Disk

c. แท็บ Hardware กล่าวถึงคุณสมบัติของอุปกรณ์และการแก้ไขปัญหา

d. แท็บ Sharing เป็นการกำหนดการแบ่งปันทรัพยากรสำหรับการใช้งานเน็ตเวิร์ก

e. แท็บ Quota เป็นการกำหนดสถานะของดิสก์ไดรฟ์

 

ขั้นตอนการลบไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup Wizard

1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา

2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาบน Drive ที่ต้องการ จะปรากฏชอร์ตคัดเมนูขึ้นมา ให้คลิกเมาส์ที่ Properties

3. ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk Properties ปรากฏอยู่ ให้คลิกเมาส์ที่ Disk Cleanup

4. จากไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk Properties คลิกเมาส์เลือกเช็กบ็อกซ์ของไฟล์ที่ต้องการลบ

a. Downloaded Program Files เป็นไฟล์เกี่ยวกับ ActiveX Controls และ Java Applets ที่ถูกใช้ในหน้าเว็บเพจที่คุณเข้าไปเยี่ยมชม

b. Temporary Internet Files ถ้าทำการลบไฟล์นี้แล้ว จะทำให้โฟลเดอร์ IE6 cache ถูกลบไปด้วย เป็นการลบไฟล์ชั่วคราวที่ถูกโหลดเข้ามาเก็บไว้ขณะเล่นเว็บ

c. Offline Web Pages ถ้าทำการเตรียมเว็บเพจสำหรับใช้งานขณะ Offline หน้าเพจจะถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถลบได้

d. Recycle Bin ลบไฟล์ที่อยู่ใน Recycle Bin

e. Compress Old Files เป็นการบีบอัดไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ

5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK และเลือก Yes เพื่อยืนยัน

ขั้นตอนการบีบอัดไฟล์เพื่อเพิ่มเนื้อที่สำหรับดิสก์ด้วยยูทิลิตี้ Compression Drive

1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา

2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาบน Drive ที่ต้องการ จะปรากฏชอร์ตคัดเมนูขึ้นมา ให้คลิกเมาส์ที่ Properties

3. คลิกเมาส์เลือกแท็บ General

4. คลิกเมาส์เลือกที่เช็กบ็อกซ์ Compress drive to save disk space

5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Apply

6. จากไดอะล็อกบ็อกซ์ Confirm Attribute Changes คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK เพื่อยืนยันขึ้นตอนการทำงาน

ขั้นตอนการตรวจสอบการบีบอัดไฟล์ที่ได้กระทำแล้ว

1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา

2. คลิกเมาส์เลือกที่เมนู Tools

3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Folder Options จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Folder Options

4. คลิกเมาส์เลือกแท็บ View

5. คลิกเมาส์เลือกที่เช็กบ็อกซ์ Show encrypted or compressed NTFS files in color

6. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK

ชื่อของไฟล์ที่โฟลเดอร์ที่ทำการบีบอัดจะแสดงให้เห็นเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน

การจัดเรียงไฟล์ข้อมูลด้วย Defragmentation

การทำ Defragmentation คอมพิวเตอร์ จะทำให้ความเร็วในการค้นหาข้อมูลทำได้เร็วขึ้น เนื่องจากเมื่อทำการลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ระบบปฏิบัติการ Windows ไม่สามารถที่จะย้ายข้อมูลออกไปได้จริงๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการมาร์คตำแหน่งพื้นที่นั้น สำหรับใช้ในการเขียนข้อมูลใหม่เมื่อมีไฟล์ใหม่ถูกเขียนลงดิสก์ ส่วนของไฟล์จะทำการเขียนลงบนเซกเตอร์บนของพื้นที่ว่างบนดิสก์ การเขียนของไฟล์ถูกเรียกว่า fragmentation ปัญหาคือเมื่อไดร์ฟมีการทำ fragmentation เป็นปริมาณที่มาก มันจะทำให้ Windows ค้นหาข้อมูลนานขึ้น ดังนั้นการทำ Defragmentation จึง เป็นการจัดเรียงไฟล์ข้อมูลที่เป็นส่วนให้ถูกที่มากขึ้น
ขั้นตอนการทำ Defragmentation

1. คลิกเมาส์ไปที่ Start

2. เลื่อนเมาส์ไปที่ All Programs

3. เลื่อนเมาส์ไปที่ Accessories

4. เลื่อนเมาส์ไปที่ System Tools

5. คลิกเมาส์ไปที่ Disk Defragmenter จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Disk Defragmenter

6. เลือก Drive ที่ต้องการทำ Defragment

7. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Defragment โดยขณะทำการ Analysis และ Defragment จะสังเกตรหัสสีที่แสดงอยู่

a. สีเขียว เป็นไฟล์ระบบที่ถูกใช้โดย NTFS system สำหรับ MFT table และ logs ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

b. สีน้ำเงิน เป็นไฟล์ Contiguous files ที่อยู่ติดกัน

c. สีแดง เป็นไฟล์ Fragmented files ที่ถูกจัดเก็บในพื้นที่ไดรฟ์ที่ไม่อยู่ติดกัน

d. สีขาว เป็นพื้นที่ว่าง

การทำ Backup

การใช้งาน Windows Backup ซึ่งเป็นยูทิลิตี้ที่มีมาพร้อมกับ Windows XP ซึ่งมีโหมดการใช้งานอยู่ 2 แบบคือ

1. แบบ Wizard Mode

2. แบบ Advance Mode

ขั้นตอนการใช้งาน Backup or Restore Wizard (Wizard Mode)

1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start

2. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ All Programs

3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Accessories

4. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ System Tools

5. เลื่อนเมาส์ที่ Backup จะปรากฏหน้าจอ Backup or Restore Wizard

6. คลิก Next

7. คลิกเมาส์ option Back up files and settings

8. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Next

9. เลือก option ที่จะทำการ backup ดังนี้

a. My documents and Setting โฟลเดอร์ My Documents รวมถึง Favorites, Desktop และ Cookies

b. Everyone’s document and setting โฟลเดอร์ My Documents ของผู้ใช้งานทุกคน รวมถึง Favorites, Desktop และ Cookies

c. All Information on this computer ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ และการสร้างระบบ Recovery disk ที่สามารถถูกใช้ในการคืนค่าข้อมูลในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น

d. Let me choose what to back up เลือกสิ่งที่ต้องการทำ backup

10. เลือกตำแหน่งที่จะจัดเก็บไฟล์ backup Choose a place to save your backup

11. กำหนดชื่อที่ต้องการ

12. คลิกปุ่ม Save

13. คลิกที่ปุ่ม Next จะปรากฏรายละเอียดต่างๆ เช่น Name, Description, Contents, Location

14. กด Finish เพื่อยืนยันคำสั่ง

รายละเอียดเพิ่มเติม โดยการเลือกตัวเลือก Advance ก่อน Finish สามารถเลือกชนิดการทำ backup ซึ่งประกอบไปด้วย

a. Normal เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งสามารถทำการ backup ได้โดยขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป

b. Copy เป็นคำสั่งที่มี่ค่าเท่ากับการก๊อปปี้ข้อมูล

c. Incremental เป็นการทำ backup หลังจากการทำ backup แบบ Normal โดยข้อมูลที่ทำการ backup นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยมากในแต่ละวัน

d. Differential เป็นการทำ backup เฉพาะข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มข้อมูลขึ้นในแต่ล่ะวัน

e. Daily เป็นการทำ backup ที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ล่ะวัน

ถ้าหากต้องการ Restore ข้อมูลกลับมาให้เข้าที่ backup เช่นเดียวกัน แต่เลือก option ที่ Restore files and settings แทน


 


 

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้   Could not write to file. Make sure you you have write permission