การบริหารจัดการ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Disk Management ของวินโดว์
การบริหารจัดการ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Disk Management ของวินโดว์
โปรแกรม Disk Management ของวินโดว์
สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของ Drive และสามารถปรับแต่งการใช้งาน Drive ได้เช่น
การแบ่งเนื้อที่บน Harddisk การทำ Format ระบบไฟล์ต่างๆ และการกำหนด Drive หรือ
Path ให้กับ Drive Partition นั้นๆ
ขั้นตอนการเข้า
Disk Management
1. คลิกขวาที่ My Computer
2. เลื่อนเมาส์ไปที่ตัวเลือก Manage
จะแสดงเมนูของ Computer Management ขึ้นมา
3. เลื่อนเมาส์ไปที่ตัวเลือก Disk
Management
การตรวจสอบคุณสมบัติของ Drive
สามารถตรวจสอบชนิดของ Drive ระบบไฟล์
พื้นที่การใช้งานบน Disk Drive ได้โดยทำการเรียกไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk
Properties โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My
Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา
2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ Drive
ที่ต้องการ
3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Properties
จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk Properties ขึ้นมา โดยจะสามารถทราบละเอียดต่างๆ
เช่น Drive ระบบไฟล์ โดยจะประกอบด้วยแท็บใช้งานดังนี้
a. แท็บ General
กล่าวถึงรายละเอียดของดิสก์ไดรฟ์
b. แท็บ Tools
กล่าวถึงเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับ Disk
c. แท็บ Hardware
กล่าวถึงคุณสมบัติของอุปกรณ์และการแก้ไขปัญหา
d. แท็บ Sharing
เป็นการกำหนดการแบ่งปันทรัพยากรสำหรับการใช้งานเน็ตเวิร์ก
e. แท็บ Quota
เป็นการกำหนดสถานะของดิสก์ไดรฟ์
ขั้นตอนการลบไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup Wizard
1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My
Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา
2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาบน Drive
ที่ต้องการ จะปรากฏชอร์ตคัดเมนูขึ้นมา ให้คลิกเมาส์ที่ Properties
3. ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk
Properties ปรากฏอยู่ ให้คลิกเมาส์ที่ Disk Cleanup
4. จากไดอะล็อกบ็อกซ์ Local Disk
Properties คลิกเมาส์เลือกเช็กบ็อกซ์ของไฟล์ที่ต้องการลบ
a. Downloaded Program Files
เป็นไฟล์เกี่ยวกับ ActiveX Controls และ Java Applets
ที่ถูกใช้ในหน้าเว็บเพจที่คุณเข้าไปเยี่ยมชม
b. Temporary Internet Files
ถ้าทำการลบไฟล์นี้แล้ว จะทำให้โฟลเดอร์ IE6 cache ถูกลบไปด้วย
เป็นการลบไฟล์ชั่วคราวที่ถูกโหลดเข้ามาเก็บไว้ขณะเล่นเว็บ
c. Offline Web Pages
ถ้าทำการเตรียมเว็บเพจสำหรับใช้งานขณะ Offline หน้าเพจจะถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
ซึ่งสามารถลบได้
d. Recycle Bin ลบไฟล์ที่อยู่ใน
Recycle Bin
e. Compress Old Files
เป็นการบีบอัดไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ
5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK และเลือก Yes
เพื่อยืนยัน
ขั้นตอนการบีบอัดไฟล์เพื่อเพิ่มเนื้อที่สำหรับดิสก์ด้วยยูทิลิตี้ Compression Drive
1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My
Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา
2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาบน Drive
ที่ต้องการ จะปรากฏชอร์ตคัดเมนูขึ้นมา ให้คลิกเมาส์ที่ Properties
3. คลิกเมาส์เลือกแท็บ General
4. คลิกเมาส์เลือกที่เช็กบ็อกซ์
Compress drive to save disk space
5. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Apply
6. จากไดอะล็อกบ็อกซ์ Confirm
Attribute Changes คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK เพื่อยืนยันขึ้นตอนการทำงาน
ขั้นตอนการตรวจสอบการบีบอัดไฟล์ที่ได้กระทำแล้ว
1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start และเลือก My
Computer จะปรากฏโฟลเดอร์ My Computer ขึ้นมา
2. คลิกเมาส์เลือกที่เมนู Tools
3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Folder
Options จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Folder Options
4. คลิกเมาส์เลือกแท็บ View
5. คลิกเมาส์เลือกที่เช็กบ็อกซ์ Show
encrypted or compressed NTFS files in color
6. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม OK
ชื่อของไฟล์ที่โฟลเดอร์ที่ทำการบีบอัดจะแสดงให้เห็นเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน
การจัดเรียงไฟล์ข้อมูลด้วย Defragmentation
การทำ Defragmentation คอมพิวเตอร์
จะทำให้ความเร็วในการค้นหาข้อมูลทำได้เร็วขึ้น
เนื่องจากเมื่อทำการลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ระบบปฏิบัติการ Windows
ไม่สามารถที่จะย้ายข้อมูลออกไปได้จริงๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการมาร์คตำแหน่งพื้นที่นั้น
สำหรับใช้ในการเขียนข้อมูลใหม่เมื่อมีไฟล์ใหม่ถูกเขียนลงดิสก์
ส่วนของไฟล์จะทำการเขียนลงบนเซกเตอร์บนของพื้นที่ว่างบนดิสก์
การเขียนของไฟล์ถูกเรียกว่า fragmentation ปัญหาคือเมื่อไดร์ฟมีการทำ fragmentation
เป็นปริมาณที่มาก มันจะทำให้ Windows ค้นหาข้อมูลนานขึ้น ดังนั้นการทำ
Defragmentation จึง เป็นการจัดเรียงไฟล์ข้อมูลที่เป็นส่วนให้ถูกที่มากขึ้น
ขั้นตอนการทำ Defragmentation
1. คลิกเมาส์ไปที่ Start
2. เลื่อนเมาส์ไปที่ All Programs
3. เลื่อนเมาส์ไปที่ Accessories
4. เลื่อนเมาส์ไปที่ System Tools
5. คลิกเมาส์ไปที่ Disk Defragmenter
จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Disk Defragmenter
6. เลือก Drive ที่ต้องการทำ
Defragment
7. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Defragment
โดยขณะทำการ Analysis และ Defragment จะสังเกตรหัสสีที่แสดงอยู่
a. สีเขียว เป็นไฟล์ระบบที่ถูกใช้โดย
NTFS system สำหรับ MFT table และ logs ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
b. สีน้ำเงิน เป็นไฟล์ Contiguous
files ที่อยู่ติดกัน
c. สีแดง เป็นไฟล์ Fragmented files
ที่ถูกจัดเก็บในพื้นที่ไดรฟ์ที่ไม่อยู่ติดกัน
d. สีขาว เป็นพื้นที่ว่าง
การทำ Backup
การใช้งาน Windows Backup
ซึ่งเป็นยูทิลิตี้ที่มีมาพร้อมกับ Windows XP ซึ่งมีโหมดการใช้งานอยู่ 2 แบบคือ
1. แบบ Wizard Mode
2. แบบ Advance Mode
ขั้นตอนการใช้งาน Backup or Restore
Wizard (Wizard Mode)
1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start
2. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ All Programs
3. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Accessories
4. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ System Tools
5. เลื่อนเมาส์ที่ Backup
จะปรากฏหน้าจอ Backup or Restore Wizard
6. คลิก Next
7. คลิกเมาส์ option Back up files and
settings
8. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Next
9. เลือก option ที่จะทำการ backup
ดังนี้
a. My documents and Setting โฟลเดอร์
My Documents รวมถึง Favorites, Desktop และ Cookies
b. Everyones document and setting
โฟลเดอร์ My Documents ของผู้ใช้งานทุกคน รวมถึง Favorites, Desktop และ Cookies
c. All Information on this computer
ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ และการสร้างระบบ Recovery disk
ที่สามารถถูกใช้ในการคืนค่าข้อมูลในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น
d. Let me choose what to back up
เลือกสิ่งที่ต้องการทำ backup
10. เลือกตำแหน่งที่จะจัดเก็บไฟล์
backup Choose a place to save your backup
11. กำหนดชื่อที่ต้องการ
12. คลิกปุ่ม Save
13. คลิกที่ปุ่ม Next
จะปรากฏรายละเอียดต่างๆ เช่น Name, Description, Contents, Location
14. กด Finish เพื่อยืนยันคำสั่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยการเลือกตัวเลือก Advance ก่อน Finish สามารถเลือกชนิดการทำ backup
ซึ่งประกอบไปด้วย
a. Normal เป็นค่าเริ่มต้น
ซึ่งสามารถทำการ backup ได้โดยขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป
b. Copy
เป็นคำสั่งที่มี่ค่าเท่ากับการก๊อปปี้ข้อมูล
c. Incremental เป็นการทำ backup
หลังจากการทำ backup แบบ Normal โดยข้อมูลที่ทำการ backup
นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยมากในแต่ละวัน
d. Differential เป็นการทำ backup
เฉพาะข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มข้อมูลขึ้นในแต่ล่ะวัน
e. Daily เป็นการทำ backup
ที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ล่ะวัน
ถ้าหากต้องการ Restore
ข้อมูลกลับมาให้เข้าที่ backup เช่นเดียวกัน แต่เลือก option ที่ Restore files and
settings แทน