เปิดแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติปตท. รองรับแผนพีดีพีผลิตไฟฟ้าใน 20 ปีข้างหน้า เผยช่วง 4 ปีนี้ มีซื้อตุนไว้แล้ว 4 แหล่ง ได้ปริมาณก๊าซมาเพิ่มเกือบ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และอยู่ระหว่างเจรจาซื้อก๊าซแอลเอ็นจีในตลาดจร จากแหล่งตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย ในระดับ 1 ล้านตันต่อปี และขึ้นไป 10 ล้านตันต่อปี ในปี 2570 เพื่อรับความต้องการใช้ก๊าซที่ 6,501 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
นายเพิ่มศักดิ์ ชีวาวัฒนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)(บมจ.ปตท.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่มีการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,821 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในช่วง 5 ปี (ปี 2553-2557) จากปัจจุบันอยู่ที่ 3,900 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และในระยะยาวจะเพิ่มขึ้นถึง 5,542 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2573 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี 2010 ที่กำหนดให้มีโรงไฟฟ้าเอสพีพี ระบบโคเจเนอเรชัน จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2558-2564 และรองรับโรงไฟฟ้าใหม่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และโรงไฟฟ้าของภาคเอกชนหรือไอพีพี ในปริมาณ 3,420 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2565-2573 รวมถึงการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และโรงแยกก๊าซธรรมชาตินั้น
ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับความต้องการใช้ก๊าซเพิ่มขึ้น ทำให้ที่ผ่านมา บมจ.ปตท.ได้มีการเตรียมการจัดซื้อก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมและได้ลงนามสัญญาซื้อก๊าซจากแหล่งใหม่ๆ ไว้แล้ว 3 แหล่ง ได้แก่ แหล่งเชฟรอน(ส่วนเพิ่ม) มีปริมาณซื้อขายตามสัญญา 330 ล้านลูกบาศก์ฟุต่อวัน คาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2554 แหล่งบงกชใต้(ส่วนเพิ่มจากแหล่งบงกช) มีปริมาณซื้อขายตามสัญญา 320 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2555-2556 แหล่งเจดีเอ แปลง บี 17 (ส่วนเพิ่ม) มีปริมาณซื้อขายตามสัญญา 65 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2553
ขณะที่การจัดซื้อก๊าซที่อยู่ระหว่างการรอลงนาม ซึ่งจะดำเนินการภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2553 นี้ จะมาจากแหล่งซอติก้าหรือเอ็ม 9 ของสหภาพพม่า มีปริมาณซื้อขายตามสัญญา 240 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยคาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2556 เมื่อรวมทั้ง 4 แหล่ง ทำให้มีก๊าซเข้ามาเพิ่มถึง 955 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ส่วนการจัดซื้อก๊าซที่อยู่ระหว่างการเจรจา จะเป็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ในปริมาณ 0.5-1 ล้านตันต่อปี (เทียบเท่าก๊าซธรรมชาติประมาณ 70-140 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน)ตั้งแต่ปี 2554 ภายหลังจากทดสอบแล้วระบบสถานีรับก๊าซแล้วเสร็จ บมจ.ปตท.มีแผนที่จะนำเข้าแอลเอ็นจี จากตลาดจรหรือในรูปแบบสัญญาระยะสั้นจากแหล่งในตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย
โดยตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป จะเป็นการจัดหาก๊าซแอลเอ็นจีด้วยสัญญาระยะยาว ปริมาณ 1-2 ล้านตันต่อปี จากโครงการผลิตเอฟแอลเอ็นจี หรือจากเรือผลิตแอลเอ็นจี ที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)(บมจ.ปตท.สผ.)ที่ได้เข้าไปลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงการนำเข้าแอลเอ็นจีจากโครงการอื่นๆ ที่มีเงื่อนไขราคาขายที่ไม่สูงมาก เช่น โครงการแอลเอ็นจี จากก๊าซมีเทนในชั้นถ่านหินหรือ Coal Beds Metane (CMB) จากประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น
นายเพิ่มศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ บมจ.ปตท.ยังมีแผนที่จะจัดหาก๊าซจากแหล่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และแหล่งใหม่ๆ จากอ่าวไทย รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแหล่งก๊าซที่มีศักยภาพได้แก่ แหล่งก๊าซไพลิน แหล่งก๊าซในสหภาพพม่า แหล่งก๊าซในเขตพื้นที่ร่วมไทย-กัมพูชา และแหล่งก๊าซ จากนาทูน่า ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึง มีแผนนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่มเติมถึงระดับปริมาณ 10 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าศักยภาพในการจัดหาก๊าซโดยรวม จะอยู่ที่ระดับประมาณ 6,501 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในปี 2570
อย่างไรก็ตาม ในการจัดหาก๊าซจากแหล่งนาทูน่า และจากแหล่งในเขตพื้นที่ร่วมไทย-กัมพูชา ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา ซึ่งต้องรอไปอีกระยะหนึ่ง และแผนการจัดหาก๊าซนี้ อาจจะต้องมีการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ที่ต้องรอการตัดสินใจของรัฐบาลในปีหน้าว่า จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้นหรือไม่ หากเกิดขึ้นไม่ได้ ก็ต้องดูว่าการผลิตไฟฟ้าที่มาแทนนิวเคลียร์จะใช้เชื้อเพลิงประเภทใด ซึ่งมีทางเลือกไม่มากระหว่างถ่านหินกับก๊าซธรรมชาติ
ที่มา -
