เกื้อกูล เตรียมนำเรื่องแก้สัญญาสัมปทานบริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบังฯ เสนอคณะกรรมการตามมาตรา 22 พิจารณาอีกครั้ง หลัง กนร. ติงข้ามขั้นตอนนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้สอบถามกรรมการตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการรัฐ พ.ศ. 2535 กรณีการพิจารณาแก้ไขสัญญาสัมปทานบริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล ผู้รับสัมปทานบริหารและประกอบการ 6 ท่าเรือในเขตท่าเรือแหลมฉบัง คือ ท่าเรือเอ 3 ท่าเรือซี 1 ท่าเรือซี 2 และท่าเรือดี 1ดี 3 เป็นเวลา 30 ปี พบว่าคณะกรรมการตามมาตรา 22 ยืนยันว่าได้ประชุมพิจารณาเห็นชอบแก้ไขสัญญาดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขสัญญาดังกล่าวยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 22 กระทรวงคมนาคมก็พร้อมที่จะนำเรื่องดังกล่าวมาดำเนินการตามขั้นตอนอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงจะเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาต่อไป ซึ่งยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาดังกล่าวไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์
สำหรับรายละเอียดการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ประกอบด้วย 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การขยายเวลาก่อสร้างและเปิดให้บริการเป็นปี 2554 จากเดิมสัญญาระบุให้เปิดบริการใน 1836 เดือน และไม่เกิน 7 ปีหลังลงนามสัญญา และ 2.ขอปรับปรุงอัตราการจ่ายผลตอบแทน โดยขอจ่ายค่าตอบแทนอัตราต่ำในปีแรกๆ และจ่ายค่าตอบแทนอัตราสูงในช่วงระยะท้ายๆ ของสัญญา จากเดิมที่ต้องจ่ายอัตราสูงในปีแรกๆ และจ่ายค่าตอบแทนอัตราต่ำในช่วงท้ายของสัญญา
การแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าวไม่ได้ทำให้ภาครัฐและการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เสียประโยชน์ แม้ว่าในปีแรกๆ ผลตอบแทนของ กทท.จะลดลง แต่ตั้งแต่ปีที่ 11 จนถึงปีที่ 30 ของอายุสัญญา กทท.จะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นพร้อมทั้งดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการชดเชยรายได้ในอนาคต นายเกื้อกูล กล่าว
ที่มา -
