MarinerThai Webboard
ก.ย. 09, 10, 04:21:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ก่อนที่ท่านจะตั้งคำถาม ตั้งกระทู้ใหม่ หรือ ตอบกระทู้ กรุณาอ่าน กติกาและมารยาท ด้วยครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Cho. Charoen Maritime Instruments OMCC
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดโรดแมพ การท่าเรือฯ พัฒนาที่ดิน 2,353 ไร่  (อ่าน 313 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mrtnews
Moderator
Owner Fleet
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3598


Bangkok - กรุงเทพ.


« เมื่อ: ก.ค. 28, 10, 10:27:09 »

กทท. เผยโรดแมพ 5 ปี พัฒนาที่ดิน 4 แปลง เป็นศูนย์ธุรกิจ อาคารสำนักงาน โรงแรม คาดจะได้ผลตอบแทน 7,600 ล้านบาท"


การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เป็นหน่วยงานที่มีที่ดินในการครอบครองจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ดินใจกลางเมืองติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผ่านมายังไม่สามารถหาประโยชน์จากที่ดินเหล่านี้ได้เต็มที่ ล่าสุด กทท.ได้จัดทำแผนแม่บทการใช้ที่ดิน เพื่อเสนอคณะกรรมการ กทท.พิจารณาวันที่ 29 ก.ค.นี้

นายพิเชษฐ มั่นคง รองผู้อำนวยการ กทท.สายบริหารธุรกิจ ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าขณะนี้บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด ได้สรุปผลการศึกษา และจัดทำแผนแม่บท หรือ MASTER PLAN การใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพเนื้อที่ 2,353 ไร่ หลังจากนี้จะเสนอให้คณะกรรมการ กทท.พิจารณาในการประชุมวันที่ 29 ก.ค.นี้  ก่อนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุมัติจาก ครม.

การใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ จะต้องพัฒนาให้เป็นเมืองท่าเรือที่ทันสมัย การวางผังเมืองและการพัฒนาชุมชน ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมและสภาพแวดล้อม บริษัทที่ปรึกษาได้จัดทำผังแม่บทแผนปฏิบัติการ (ACTION PLAN) ผังพื้นที่ (LAYOUT PLAN) รวมทั้งแบบจำลอง (MASS MODEL) บริเวณพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพและพื้นที่โดยรอบให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

 ทั้งนี้บริษัทที่ปรึกษาได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.พื้นที่เขตรั้วศุลกากร จะมีการจัดพื้นที่ใหม่ให้มีขนาดเล็กลง เนื้อที่ 750 ไร่ จากเดิม 890 ไร่ แต่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับปริมาณตู้สินค้าได้ปีละ 1.5-2 ล้านทีอียู สูงกว่าปริมาณตู้สินค้าที่รัฐบาลกำหนดให้ท่าเรือกรุงเทพรองรับได้ปีละ 1.34 ล้านทีอียู

2.พื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรเนื้อที่ 1,603 ไร่ จะใช้ประโยชน์จากที่ดินในรูปแบบผสมผสาน โดยระยะ 5 ปีแรกจะพัฒนาพื้นที่ 4 แปลงนำร่องก่อนเนื้อที่รวม 223 ไร่ ประกอบด้วย แปลงที่ 1 พื้นที่ว่างบริเวณด้านข้างอาคารที่ทำการ กทท. เนื้อที่ 17 ไร่ ปัจจุบันใช้เป็นลาดจอดรถบรรทุก แปลงที่ 2 พื้นที่บริเวณอาคารทวิช และคลังสินค้าใกล้เคียงเนื้อที่ 54 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นสำนักแพทย์ อาคารพาณิชย์ และอาคารคลังสินค้า

แปลงที่ 3 พื้นที่บริเวณอาคารพาณิชย์ตลาดคลองเตยถึงหัวมุมที่เช่าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เนื้อที่ 137 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นตลาดสด อาคารพาณิชย์ (สิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว) พื้นที่เช่าของ ขสมก. และมีชุมชนบุกรุก 438 หลังคาเรือน และแปลงที่ 4 พื้นที่คลังสินค้าผ่านแดนเดิม เนื้อที่ 15 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นคลังสินค้าและลานกลางแจ้งให้เอกชนเช่า

"กทท.จะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่นำร่อง 4 แปลงเป็นศูนย์ธุรกิจ ศูนย์กระจายสินค้าโลจิสติกส์ อาคารสำนักงาน โรงแรม คาดต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ส่วน กทท.จะได้รับผลตอบแทนจากโครงการ 7,600 ล้านบาท" นายพิเชษฐ กล่าว

 ส่วนระยะต่อไปจะพัฒนาพื้นที่แนวเขื่อนตะวันตก ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เนื้อที่อีก 400 ไร่ จะพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว มีพื้นที่สันทนาการ มีอาคารสำนักงาน ที่พักอาคาร ศูนย์การค้า และโรงแรม

ผลการศึกษาระบุว่า ที่ดินบริเวณท่าเรือกรุงเทพ มีมูลค่าประมาณ 112,954 ล้านบาท หากมีการพัฒนาตามแผนแม่บทจะมีการลงทุนของโครงการอีกกว่า 1 แสนล้านบาท โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความชำนาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาลงทุน  ตามอายุสัญญา 30-50 ปี คาด กทท.จะได้รับผลตอบแทนจากการพัฒนาที่ประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท

การลงทุนโครงการ จะมีภาระต้นทุนคือ การก่อสร้างพื้นที่ส่วนกลาง การก่อสร้างที่พักอาศัยสำหรับชุมชนแออัด การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายการคมนาคม ประปา และไฟฟ้า คาดต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 9 พันล้านบาท รวมทั้งการก่อสร้างอาคารภายในพื้นที่เขตรั้วศุลกากรใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตามแนวตั้งเพิ่มขึ้น คิดเป็นเงิน  9.3 พันล้านบาท

ส่วนกรณีการโยกย้ายชุมชนแออัดคลองเตยที่มีอยู่กว่า 5 พันหลังคาเรือน กทท.ได้เตรียมพื้นที่บริเวณโรงงานฟอกหนังเก่า เนื้อที่ 70 ไร่ ไว้รองรับแล้ว พร้อมจัดสิ่งจูงใจต่างๆ ให้ ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้กับชุมชน เบื้องต้นอาจต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล

"แม้โครงการพัฒนาที่ดินจะใช้เงินลงทุนกว่าแสนล้านบาท แต่มั่นใจว่าจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมลงทุน สังเกตจากการตอบรับเข้าร่วมงานสัมมนารับฟังความคิดเห็น มีภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายสนใจ" นายพิเชษฐ กล่าว


ที่มา -
บันทึกการเข้า

เว็บมาสเตอร์ ที่ต้องการนำหัวข้อของ ข่าวอัพเดทรายวัน จากเว็บบอร์ดนี้ไปโพสหรือแปะไว้บนเว็ปไซค์ของคุณ เพื่อให้อัพเดทอัตโนมัติเมื่อมีข่าวอัพเดทใหม่  สนใจ..คลิกที่นี่ เพื่ออ่านรายละเอียดของ Code ได้ครับ..!!!
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
MarinerThai Homepage | หน้าแรกของมารีนเนอร์ไทย


Valid XHTML 1.0! Valid CSS!