ไพรซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส กล่าวว่า บริษัทพัฒนาพลังงานลมในทะเลของอังกฤษต้องใช้เงินทุนอีก 3หมื่นล้านปอนด์ หรือประมาณ 4.6หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการสร้างกังหันลมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาพลังงานทดแทนภายในปี 2563 หรือประมาณร้อยละ 15 ของพลังงานทดแทนทั้งหมดโดยไพรซวอเตอร์เฮ้าส์ฯ ระบุในรายงานว่า การผลิตพลังงานลมในทะเล ซึ่งกำหนดนำมาใช้งานภายในปี 2563 ทั้งหมด 12 กิกะวัตต์นั้น ส่วนที่ติดตั้งกังหันลมไว้ในปีที่ผ่านมาสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้เพียง 0.3 กิกะวัตต์เท่านั้น
ไมเคิล เฮอร์เลย์ ที่ปรึกษาด้านโกลบอลอีเนอร์จีของไพรซวอเตอร์เฮ้าส์ฯ เปิดเผยว่า หากอังกฤษต้องการบรรลุตามเป้าหมายจะต้องติดตั้งกังหันลมเพิ่มมากขึ้นอีก โดยสิทธิประโยชน์ที่เสนอให้กับการสร้างพลังงานทดแทนยังไม่มากเพียงพอที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับการผลิตพลังงาน
ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อนำมาใช้จ่าย โดยทั้งรัฐบาลและธนาคารต่างก็ขาดแคลนเงินทุนดังกล่าว ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมจะต้องเจาะเข้าไปยังกองทุนบำเหน็จบำนาญเพื่อหาสภาพคล่องเข้ามาช่วยสร้างความมั่นคงให้กับการสร้างพลังงานลมดังกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลพลังงานทดแทนของอังกฤษ ระบุว่า เมื่อเม.ย. ที่ผ่านมาอังกฤษสามารถผลิตพลังงานลมในทะเลได้รวม 1 กิกะวัตต์ จากบริษัท อี.ออน เอจี และ ดอง อีเนอร์จี เอ/เอส โดยเริ่มนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า และวางแผนผลิตเพิ่มเป็น 4 กิกะวัตต์
นอกจากนี้เมื่อม.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัทหลายแห่งรวมทั้ง เซ็นตริกา, อาร์ดับเบิลยูอี และ สเตตออย เอเอสเอ เพื่อพัฒนาโครงการผลิตพลังงานลมเพิ่มอีก 32,200 เม็กกะวัตต์
ที่มา -
