ไอโอเมก้าหวนคืนตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเอเชีย หลังควบรวมกิจการกับอีเอ็มซี เห็นแนวโน้มคอนเทนต์โตอย่างต่อเนื่อง ส่งฮาร์ดไดรฟ์แบบตั้งโต๊ะและแบบพกพาลงตลาด เน้นกลุ่มเอสเอ็มอีและคอนซูเมอร์นายราจีฟ มูกุล รองประธานฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น บริษัท โอเมก้า ในเครืออีเอ็มซี กล่าวว่า
โอเมก้าได้กลับมาทำตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปกว่า 5-6 ปี เนื่องจากไปมุ่งเน้นที่ตลาดสหรัฐอเมริกา แต่หลังจากควบรวมกิจการกับอีเอ็มซีไปเมื่อปี 2008 และมีการปรับทิศทางธุรกิจในปีที่ผ่านมาจึงมีความพร้อมในการกลับมาทำตลาดเอเชียอีกครั้งรวมถึงตลาดประเทศไทยด้วยการหวนคืนตลาดเอเชียครั้งนี้ เพราะไอโอเมก้าเห็นแนวโน้มของระบบจัดเก็บข้อมูลหรือสตอเรจที่เติบโตสูง เนื่องจากมีการสร้างคอนเทนต์กันมากมาย จากดิจิตอลคอนเทนต์ทีมีอยู่ทั่วโลก 70% คนทั่วไปสร้างขึ้นเอง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ 85% ถูกบริหารจัดการโดยองค์กรธุรกิจของตัวเอง โดยการส่งข้อมูลหรือภาพไปยังคนอื่นก็เป็นการสร้างคอนเทนต์โดยไม่รู้ตัว เพราะคอนเทนต์ที่ส่งไปจะถูกเก็บไว้กับคนที่ส่งให้สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดสตอเรจโตคือ 1.อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์มีการขยายตัว ทำให้มีการดาวน์โหลดคอนเทนต์มากขึ้น 2.ความบันเทิงบนพีซีก็ทำให้คนมีการเก็บข้อมูลมากขึ้น 3.การโตของกล้องดิจิตอลที่ให้สะดวกในการถ่ายภาพ และเลือกเก็บภาพที่ถ่ายไว้ได้อย่างความสะดวก 4.ดิจิตอลคอนเทนต์มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จากการโตของตลาดสตอเรจผู้บริโภคกว่า 80%ไม่มีแบ็กอัป เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญอาจเป็นเพราะมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ยาก
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นรวมถึงปัจจัยต่างๆ ไอโอเมก้าจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดไดรฟ์แบบตั้งโต๊ะและแบบพกพาออกสู่ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีที่มีพนักงานตั้งแต่ 250 คนลงมา ซึ่งเอเชียแปซิฟิมีมากกว่า 2.3 หมื่นองค์กร
ผลิตภัณฑ์ที่ไอโอเมก้านำออกสู่ตลาดครั้งนี้ได้ผสมผสานสไตล์เข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน และเป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและบุคลากรที่ต้องการสตอเรจที่ทำงานได้รวดเร็ว มีเสถียรภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบฮาร์ดดิสก์ตั้งโต๊ะที่สวยงาม หรือไดรฟ์แบบพกพาที่ทนทาน รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว
ผู้บริหารไอโอเมก้ากล่าวว่า ไอโอเมก้าเชื่อมั่นในโซลูชันแบบครบวงจร และสิ่งนี้คือเหตุผลที่ไดรฟ์ eGO รุ่นใหม่ทุกรุ่นติดตั้งชุดซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดสำหรับการแบ็กอัปและการป้องกันไวรัส เพื่อปกป้องข้อมูล รวมถึงแล็ปท็อป เน็ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์พีซี
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดเน้น 4 แนวทางคือ 1.ขายผ่านช่องทางจัดจำหน่าย 2.บันเดิลไปกับผลิตภัณฑ์ของผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะเกี่ยวกับบรอดแบนด์ 3.ขายตรงกับผู้บริโภค เช่น นักเรียน นักศึกษา ช่างภาพมืออาชีพ หรือนักออกแบบที่ต้องการเก็บชิ้นงานไว้ 4.ร่วมกับผู้ค้าพีซีที่จะขายเป็นแพกเกจรวมกัน
ที่มา -
