น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสูบถ่ายแอลพีจีจากคลังลอยน้ำ (Floating Storage Unit)ลงเรือลำเลียงเป็นครั้งแรกของประเทศไทยว่า จากกรณีที่ประเทศไทยต้องนำเข้าก๊าซปิโตรเลียม(แอลพีจี) เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 ของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนในปีนี้ เพราะอยู่ภายใต้คำสั่งระงับโครงการของศาลปกครอง ทำให้ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้น 1 แสนตันต่อเดือนเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ แต่คลังแอลพีจีที่เขาบ่อยา จ.ชลบุรี สามารถรองรับแอลพีจีได้เพียง 88,000ตันต่อเดือนเท่านั้น 
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาคลังเก็บแอลพีจีมีไม่เพียงพอ กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องให้ ปตท.ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาแบบฉุกเฉิน โดยใช้เรือนำเข้าแอลพีจีเป็นคลังลอยน้ำ และลำเลียงลงเรือขนถ่ายขนาดเล็กอีกต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะการขนถ่ายระหว่างเรือกับเรือเป็นครั้งแรก (Ship to Ship)โดยเรือขนถ่ายแอลพีจีดังกล่าวจะนำส่งแอลพีจีไปยังคลังปิโตรเลียมของ ปตท.และผู้ค้ามาตรา 7 ต่อไป สำหรับคลังลอยน้ำดังกล่าว ปตท.ได้เช่าเรือ GAS VISION จากประเทศเกาหลี ในอัตราประมาณวันละ 1 ล้านบาท เพื่อขนถ่ายสารโพรเพนและบิวเทน จากประเทศการ์ต้า และนำมาผสมเป็นแอลพีจี ใช้ในไทย โดยเรือ GAS VISION สามารถขนส่งแอลพีจีได้ 44,000 ตันต่อครั้ง โดยส่งมายังไทย 22,000 ตัน ส่วนอีก 22,000 ตันส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยแอลพีจีล็อตแรกที่ผสมเสร็จแล้วจำนวน 700 ตันจะขนถ่ายไปยัง คลังปิโตรเลียมบางจาก
ส่วนอีกลำที่เตรียมจะผสมเป็นแอลพีจีจะนำส่งไปยัง คลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี สงขลาและขนอมต่อไป น.พ.วรรณรัตน์กล่าวด้วยว่า หากโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 6 ของปตท.ไม่สามารถดำเนินการได้ คาดว่าไทยต้องนำเข้าแอลพีจีต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านตันต่อปี หรือต้องนำเข้าแอลพีจีในลักษณะคลังลอยน้ำต่อไปจำนวน 4.4 หมื่นตันต่อเดือน หรือต้องใช้เรือขนส่งจำนวน 2 เที่ยว อย่างไรก็ตามในเดือนม.ค.นี้ไทยต้องนำเข้า 1 แสนตัน ส่วนเดือนก.พ.-มี.ค.นี้คาดว่าต้องนำเข้าอีก 1.3 แสนตันตันเนื่องจากมีโรงแยกก๊าซฯ ปตท.ปิดซ่อมบำรุง สำหรับโรงแยกก๊าซฯที่ปิดซ่อมบำรุงตามแผนได้แก่ โรงแยกก๊าซหน่วยที่ 2 จะปิดซ่อมบำรุง 25 ก.พ.-9 มี.ค. 53 ทำให้แก๊ซฯหายไป 28,000 ตัน โรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 3 ปิดซ่อมวันที่ 19-28 เม.ย. 53 ทำให้ก๊าซฯหายไป 45,000 ตัน โรงแยกก๊าซหน่วยที่ 1 ปิดซ่อมประมาณกลางเดือนพ.ค.-มิ.ย. 53 ทำให้ก๊าซฯหายไป 46,000 ตัน และโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 5 ปิดซ่อมประมาณเดือนมิ.ย. 53 ทำให้ก๊าซฯหายไป 80,000 ตัน
ดังนั้นจะต้องนำเข้าก๊าซฯมาชดเชยในส่วนที่หายไปดังกล่าว ทำให้ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้องนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยส่วนต่างราคาที่ ปตท.ซื้อแอลพีจีมาในราคาตลาดโลกที่สูงแต่มาขายในประเทศราคาถูก ดังนั้นจะส่งผลให้สถานะเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันลดลงจากปัจจุบันเก็บได้ 400 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าในเดือนก.พ.-มี.ค.นี้ จำนวนเงินไหลเข้ากองทุนอาจติดลบได้จากปัญหาการชดเชยส่วนต่างราคาแอลพีจี ดังนั้น อาจมีการพิจารณาราคาจำหน่ายแอลพีจีในประเทศใหม่ได้ ซึ่งจะตรึงราคาแอลพีจีถึงเดือนส.ค.นี้ตามนโยบายรัฐบาลได้หรือไม่นั้นต้องรอดูสถานการณ์การนำเข้าแอลพีจีและราคาแอลพีจีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนพลังงานทำการศึกษาโครงสร้างราคาแอลพีจีใหม่ คาดว่า 4-5 เดือนจากนี้จะได้ข้อสรุป และนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะปรับราคาแอลพีจีอย่างไรในอนาคต
ที่มา -
สยามรัฐ