ชุดเครื่องหายใจ
MOBILE
APPARATUS
เมื่อจำเป็นที่จะต้องเข้าไปทำงานในสถานที่ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีเพียงอากาศพอเพียงต่อการหายใจหรือไม่มีแก๊สอันตรายอยู่ใดบ้าง
หรือแม้แต่สถานที่ซึ่งทำการตรวจวัดบรรยากาศแล้วว่าปลอดภัยแต่อาจมีแก๊สรั่วไหลออกมาได้
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการเข้าไปยังสถานที่ดังกล่าว
เครื่องช่วยหายใจ Breathing Apparatus แบ่งออกได้
3 ชนิดคือ
1.
เครื่องช่วยหายใจชนิดมีปั๊บติดตั้งประจำที่
(Air
Supply Device)
เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีอุปกรณ์ในการสูบอากาศจากบรรยากาศปกติรอบตัวเราส่งไปตามท่อส่งอากาศเข้าไปยังหน้ากากของผู้สวมใส่
เครื่องช่วยหายใจชนิดนี้สามารถนำไปใช้ได้แม้ในที่ซึ่งมีออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการหายใจหรือในที่ซึ่งมีแก๊สอันตรายจำนวนมากเนื่องจากเครื่องชนิดนี้มีหน้ากากซึ่งปิดแนบสนิทกับใบหน้าและส่งอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไปยังหน้ากาก
ข้อควรระวังในการใช้หน้ากากแบบปั๊มอากาศ
-
บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบอากาศส่งไปต้องเป็นบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
-
ข้อต่อต่างๆของเครื่องและท่อส่งอากาศต่อไว้อย่างแน่นหนา
-
หน้ากากหายใจต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่รั่ว
-
อุปกรณ์ที่สูบลมไปยังหน้ากากต้องมีกำลังพอที่จะส่งอากาศไปยังหน้ากากและทำให้ภายในหน้ากากมีกำลังดันอากาศมากกว่าภายนอกและสามารถรักษากำลังดันไว้ได้ตลอดเวลาที่ใช้งาน
-
ความยาวของท่ออากาศต้องยาวไม่เกิน
36
เมตร
-
ผู้ใช้งานถ้าสงสัยว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเครื่องช่วยหายใจให้รีบถอยออกมาทันที

2.เครื่องช่วยหายใจชนิดถังอากาศติดตัว
(Self Contained Breathing Apparatus)
เป็นเครื่องที่ใช้อากาศอัดเก็บไว้ในขวดอากาศซึ่งผู้ใช้สามารถนำติตัวไปเพื่อใช้งานในที่ต่างๆ
ได้โดยอากาศจะถูกส่งผ่านตัวลดกำลังดันอากาศผ่านไปท่อส่งอากาศแล้วเข้าไปยังหน้ากากหายใจเครื่องช่วยหายใจชนิดนี้โดยทั่วไปจะใช้งานได้ประมาณ
30 40 นาที
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญและอัตราการหายใจของผู้ใช้
เครื่องช่วยหายใจชนิดถังอากาศติดตัวจะมีการออกแบบให้มีอุปกรณ์ต่างๆที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด
แต่โดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนประกอบใหญ่ๆที่เหมือนกัน คือ
-
ขวดอัดอากาศ ซึ่งสามารถอัดอากาศบรรจุไว้ได้ไม่ต่ำกว่า
1200
ลิตรหรือมีอากาศพอสำหรับหายใจได้ไม่ต่ำกว่า 30 นาที
-
ชุดอานหลังสำหรับสะพายขวดอากาศ
-
ตัวปรับแต่งกำลังอัดอากาศ
(Regulator)
เป็นตัวปรับแต่งกำลังดันอากาศจากขวดอากาศให้เหมาะกับการหายใจก่อนเข้าหน้ากาก
-
ตัวหน้ากาก ท่อนำอากาศ
(Face Mask)
-
ตัววัดกำลังดันอากาศในขวด
(Pressure Gauge)
-
สัญญาณเตือนเมื่ออากาศในขวดจะหมด
(Alarm)
-
วาล์วบายพาส
(By-Pass vale)
สำหรับเปิดอากาศจากขวดอากาศผ่านเข้า ไปในหน้ากากโดยตรง
โดยไม่ผ่านตัวปรับแต่งกำลังดัน ใช้เมื่ออากาศขวดใกล้หมด

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องหายใจชนิดนี้ คือ
-
หน้ากากต้องแนบสนิทกับใบหน้าและอยู่ในสภาพที่ดีไม่รั่ว
-
ตรวจสอบตัววัดกำลังดันว่าทำงานปกติก่อนใช้
-
ตรวจสอบสัญญาณเตือนกำลังดันเอาอากาศต่ำกว่าใช้งานได้ตามปกติ
-
หมั่นอ่านตัววัดกำลังดันอากาศในขวดอากาศเสมอขณะใช้งาน
-
หากต้องเข้าไปในที่ซึ่งสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศเป็นพิษต่อผิวหนังต้องสวมชุดป้องกันร่างกายด้วย
3.
เครื่องช่วยหายใจฉุกเฉิน (Escape Mask)
เป็นเครื่องช่วยหายใจขนาดเล็ก
ใช้งานได้ง่ายสะดวกในการพาสามารถใช้งานได้ในระยะเวลาสั้นๆ
เครื่องชนิดนี้จะประกอบด้วยขวดอัดอากาศขนาดเล็ก
ท่อส่งอากาศวาล์วเปิดปิดอากาศและหน้ากากหรือถุงคลุม
เครื่องชนิดนี้เหมาะที่จะนำไปใช้ในที่ซึ่งมีบรรยากาศปลอดภัยในการหายใจ
แต่มีความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตราย
ซึ่งเมื่อพบเหตุการณ์ที่คิดว่าอาจเป็นอันตรายก็สามารถสวมเครื่องช่วยหายใจชนิดนี้หนีออกมาได้ทันที



อุปกรณ์ช่วยหายใจเพื่อหนีภัยฉุกเฉิน รุ่น
Rapid air Series
และ THDF10 I
สามารถใช้สำหรับหนีภัย เมื่อตกอยู่ในสภาพบรรยากาศที่เป็นพิษ มีควันไฟ
หรือขาดออกซิเจน ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อเพลิงไหม้ห้องเครื่องและมีควันไฟมากทำให้หายใจไม่สะดวก
ก็สามารถใช้อุปกรณ์นี้สวมใส่และหนีออกมายังบริเวณที่มีอากาศเพียงพอสำหรับหายใจ
ข้อมูลทางเทคนิค
-
ถังเก็บอากาศ มีความจุ 2.2 ลิตร
-
กำลังดันใช้งาน 21 เมกะปาสคาล
-
ระยะเวลาที่ใช้งาน
Rapid Air 15
นาที / THDF 10-I 10 นาที
-
อัตราไหลของอากาศ 35 ลิตร/นาที
-
น้ำหนัก 6 กิโลกรัม

ส่วนประกอบของอุปกรณ์
1.
ถังเก็บอากาศ 2. สายคล้องคอ 3. ตัววัดกำลังดัน
4.
ตัวผ่อนกำลังดัน 5. ท่อส่งอากาศ 6. หน้ากาก
วิธีใช้อุปกรณ์
-
ใช้สายคล้องคอให้ถังเก็บอากาศอยู่บริเวณหน้าอก
-
เปิดถุง ดึงหน้ากากออก, ดึงที่ครอบลิ้นเปิดอากาศออก จากนั้นเปิดลิ้น
(ทวนเข็มนาฬิกา) จนกระทั่งสุด
-
สวมหน้ากากโดยวิธีครอบศีรษะ และดึงลงมาจนคลุมไล่
จัดแต่งหน้ากากและสายรัดถังให้เรียบร้อย
เมื่อหายใจเข้าอากาศจะไหลจากถังผ่านตัวผ่อนกำลังดัน
เหมือนกับการหายใจอย่างปกติ
-
รีบหนีออกจากสถานที่นั้นไปยังที่ที่สามารถหายใจได้ตามปกติ

ข้อพึงระวัง
-
ผู้ที่จะใช้อุปกรณ์นี้จะต้องได้รับการฝึกวิธีใช้ก่อน
-
ควรเก็บรักษาในที่ที่มีอุณหภูมิไม่สูงจัด
ระวังการกระแทกอย่างรุนแรงและไม่นำไปไว้กลางแจ้งซึ่งมีแดดจัด
-
หน้ากากควรจะพันไว้ตามรูปแบบและเก็บไว้ในถุง
-
ควรตรวจสอบกำลังดันของถังทุกเดือน หากกำลังดันต่ำกว่าร้อยละ 95
ของกำลังดันใช้งาน ควรตรวจสอบถังหรือส่งไปบรรจุอากาศใหม่ทันที
-
อุปกรณ์ควรเก็บในสถานที่ที่สะดวกในการนำมาใช้ได้ทันทีและตัววัดกำลังดันควรเก็บให้หันหน้ามาทางช่องของถุงที่เจาะไว้เพื่อสะดวกและประหยัดเวลาในการตรวจสอบก่อนใช้
-
ตรวจสภาพถังเก็บอากาศทุก 3 ปี จากวันผลิต
การตรวจสอบ
เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์นี้ หลังจากใช้ทุกเดือน
และทำบันทึกการตรวจสอบไว้

การบำรุงรักษา
-
ภายหลังการใช้ทำความสะอาดหน้ากากและช่องกระจกสำหรับมองต้องใส
-
พับเก็บหน้ากากตามวิธีพับให้เรียบร้อยแล้วเก็บลงในถุง
-
หากหน้ากากชำรุดเสียหายให้เปลี่ยนทันที
-
ป้องกันอย่าให้ตัวผ่อนกำลังดันเกิดสนิม หากเกิดสนิมขึ้นต้องขจัดออกทันที

กฎข้อบังคับที่ควรทราบเกี่ยวกับอุปกรณ์
-
บริเวณที่พักอาศัยจะต้องมีอุปกรณ์อย่างน้อย 2 ชุด
-
บริเวณห้องเครื่องจะต้องมีอุปกรณ์อย่างน้อย 2 ชุด
และจะต้องเก็บไว้ในที่ที่ซึ่งสามารถหยิบใช้ได้โดยทันที
-
บนเรือจะต้องมีอุปกรณ์สำรอง 1 ชุด
-
อุปกรณ์นี้จะต้องใช้ได้อย่างน้อย 10 นาที
-
อุปกรณ์ที่ใช้ฝึกต้องทำเครื่องหมายและแยกไว้ต่างหากจากอุปกรณ์ที่กำหนดให้มีบนเรือ
ข้อควรปฏิบัติก่อนการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดต่างๆ
1.
ผู้ใช้ควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้เครื่องและมีความชำนาญในการใช้เครื่องช่วยหายใจ
2.
เครื่องช่วยหายใจควรได้รับการดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
3.
ขวดอากาศควรมีอากาศอัดไว้เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา
4.
การเก็บรักษาเครื่อง
ควรเก็บอุปกรณ์ต่างๆไว้ด้วยกันในลักษณะที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
5.
ควรจัดให้พนักงานได้รับการฝึกการใช้เครื่องช่วยหายใจแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวล
ข้อควรปฏิบัติก่อนการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดต่างๆ
1.
ผู้ใช้ควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้เครื่องและมีความชำนาญในการใช้เครื่องช่วยหายใจ
2.
เครื่องช่วยหายใจควรได้รับการดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
3.
ขวดอากาศควรมีอากาศอัดไว้เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา
4.
การเก็บรักษาเครื่อง
ควรเก็บอุปกรณ์ต่างๆไว้ด้วยกันในลักษณะที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
5.
ควรจัดให้พนักงานได้รับการฝึกการใช้เครื่องช่วยหายใจแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอ
<ภาคที่
3 ...อยู่ในระหว่างการจัดทำ......>
จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้