คู่มือปฏิบัติงานเรือ::

โดย ไททัศน์ คัมภีระพันธุ์

 
  หน้าแรก::
 
 สาระจากชาวเรือ::

 

 

 ภาคที่ 2:: โครงสร้างที่ป้องกันไฟในเรือ

 

ชุดเครื่องหายใจ

MOBILE APPARATUS

 

 เมื่อจำเป็นที่จะต้องเข้าไปทำงานในสถานที่ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีเพียงอากาศพอเพียงต่อการหายใจหรือไม่มีแก๊สอันตรายอยู่ใดบ้าง หรือแม้แต่สถานที่ซึ่งทำการตรวจวัดบรรยากาศแล้วว่าปลอดภัยแต่อาจมีแก๊สรั่วไหลออกมาได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการเข้าไปยังสถานที่ดังกล่าว เครื่องช่วยหายใจ Breathing Apparatus แบ่งออกได้ 3 ชนิดคือ

 

 1. เครื่องช่วยหายใจชนิดมีปั๊บติดตั้งประจำที่ (Air Supply Device) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีอุปกรณ์ในการสูบอากาศจากบรรยากาศปกติรอบตัวเราส่งไปตามท่อส่งอากาศเข้าไปยังหน้ากากของผู้สวมใส่ เครื่องช่วยหายใจชนิดนี้สามารถนำไปใช้ได้แม้ในที่ซึ่งมีออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการหายใจหรือในที่ซึ่งมีแก๊สอันตรายจำนวนมากเนื่องจากเครื่องชนิดนี้มีหน้ากากซึ่งปิดแนบสนิทกับใบหน้าและส่งอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไปยังหน้ากาก

 

 ข้อควรระวังในการใช้หน้ากากแบบปั๊มอากาศ

  1. บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบอากาศส่งไปต้องเป็นบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์

  2. ข้อต่อต่างๆของเครื่องและท่อส่งอากาศต่อไว้อย่างแน่นหนา

  3. หน้ากากหายใจต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่รั่ว

  4. อุปกรณ์ที่สูบลมไปยังหน้ากากต้องมีกำลังพอที่จะส่งอากาศไปยังหน้ากากและทำให้ภายในหน้ากากมีกำลังดันอากาศมากกว่าภายนอกและสามารถรักษากำลังดันไว้ได้ตลอดเวลาที่ใช้งาน

  5. ความยาวของท่ออากาศต้องยาวไม่เกิน 36 เมตร

  6. ผู้ใช้งานถ้าสงสัยว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเครื่องช่วยหายใจให้รีบถอยออกมาทันที

 

 

 2.เครื่องช่วยหายใจชนิดถังอากาศติดตัว (Self Contained Breathing Apparatus) เป็นเครื่องที่ใช้อากาศอัดเก็บไว้ในขวดอากาศซึ่งผู้ใช้สามารถนำติตัวไปเพื่อใช้งานในที่ต่างๆ ได้โดยอากาศจะถูกส่งผ่านตัวลดกำลังดันอากาศผ่านไปท่อส่งอากาศแล้วเข้าไปยังหน้ากากหายใจเครื่องช่วยหายใจชนิดนี้โดยทั่วไปจะใช้งานได้ประมาณ 30 – 40 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญและอัตราการหายใจของผู้ใช้

 เครื่องช่วยหายใจชนิดถังอากาศติดตัวจะมีการออกแบบให้มีอุปกรณ์ต่างๆที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด แต่โดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนประกอบใหญ่ๆที่เหมือนกัน คือ

  1. ขวดอัดอากาศ ซึ่งสามารถอัดอากาศบรรจุไว้ได้ไม่ต่ำกว่า 1200 ลิตรหรือมีอากาศพอสำหรับหายใจได้ไม่ต่ำกว่า 30 นาที

  2. ชุดอานหลังสำหรับสะพายขวดอากาศ

  3. ตัวปรับแต่งกำลังอัดอากาศ (Regulator) เป็นตัวปรับแต่งกำลังดันอากาศจากขวดอากาศให้เหมาะกับการหายใจก่อนเข้าหน้ากาก

  4. ตัวหน้ากาก ท่อนำอากาศ (Face Mask)

  5. ตัววัดกำลังดันอากาศในขวด (Pressure Gauge)

  6. สัญญาณเตือนเมื่ออากาศในขวดจะหมด (Alarm)

  7. วาล์วบายพาส (By-Pass vale) สำหรับเปิดอากาศจากขวดอากาศผ่านเข้า ไปในหน้ากากโดยตรง โดยไม่ผ่านตัวปรับแต่งกำลังดัน ใช้เมื่ออากาศขวดใกล้หมด

  

 

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องหายใจชนิดนี้ คือ

 

 

  1. หน้ากากต้องแนบสนิทกับใบหน้าและอยู่ในสภาพที่ดีไม่รั่ว

  2. ตรวจสอบตัววัดกำลังดันว่าทำงานปกติก่อนใช้

  3. ตรวจสอบสัญญาณเตือนกำลังดันเอาอากาศต่ำกว่าใช้งานได้ตามปกติ

  4. หมั่นอ่านตัววัดกำลังดันอากาศในขวดอากาศเสมอขณะใช้งาน

  5. หากต้องเข้าไปในที่ซึ่งสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศเป็นพิษต่อผิวหนังต้องสวมชุดป้องกันร่างกายด้วย

 3. เครื่องช่วยหายใจฉุกเฉิน (Escape Mask) เป็นเครื่องช่วยหายใจขนาดเล็ก ใช้งานได้ง่ายสะดวกในการพาสามารถใช้งานได้ในระยะเวลาสั้นๆ เครื่องชนิดนี้จะประกอบด้วยขวดอัดอากาศขนาดเล็ก ท่อส่งอากาศวาล์วเปิดปิดอากาศและหน้ากากหรือถุงคลุม เครื่องชนิดนี้เหมาะที่จะนำไปใช้ในที่ซึ่งมีบรรยากาศปลอดภัยในการหายใจ แต่มีความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตราย ซึ่งเมื่อพบเหตุการณ์ที่คิดว่าอาจเป็นอันตรายก็สามารถสวมเครื่องช่วยหายใจชนิดนี้หนีออกมาได้ทันที

 

 

 

 

 การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจเพื่อหนีภัยฉุกเฉิน

 

อุปกรณ์ช่วยหายใจเพื่อหนีภัยฉุกเฉิน  รุ่น  Rapid air Series และ THDF10 – I   สามารถใช้สำหรับหนีภัย   เมื่อตกอยู่ในสภาพบรรยากาศที่เป็นพิษ มีควันไฟ หรือขาดออกซิเจน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเพลิงไหม้ห้องเครื่องและมีควันไฟมากทำให้หายใจไม่สะดวก ก็สามารถใช้อุปกรณ์นี้สวมใส่และหนีออกมายังบริเวณที่มีอากาศเพียงพอสำหรับหายใจ

 

ข้อมูลทางเทคนิค

  1. ถังเก็บอากาศ  มีความจุ  2.2  ลิตร

  2. กำลังดันใช้งาน           21   เมกะปาสคาล

  3. ระยะเวลาที่ใช้งาน     Rapid Air 15 นาที / THDF 10-I 10   นาที

  4. อัตราไหลของอากาศ  35   ลิตร/นาที

  5. น้ำหนัก        6   กิโลกรัม

 

 

 

ส่วนประกอบของอุปกรณ์

 1.  ถังเก็บอากาศ         2.  สายคล้องคอ        3.  ตัววัดกำลังดัน

4.  ตัวผ่อนกำลังดัน    5.  ท่อส่งอากาศ          6.  หน้ากาก

 

วิธีใช้อุปกรณ์

  1. ใช้สายคล้องคอให้ถังเก็บอากาศอยู่บริเวณหน้าอก

  2. เปิดถุง  ดึงหน้ากากออก,  ดึงที่ครอบลิ้นเปิดอากาศออก  จากนั้นเปิดลิ้น (ทวนเข็มนาฬิกา)  จนกระทั่งสุด

  3. สวมหน้ากากโดยวิธีครอบศีรษะ  และดึงลงมาจนคลุมไล่  จัดแต่งหน้ากากและสายรัดถังให้เรียบร้อย  เมื่อหายใจเข้าอากาศจะไหลจากถังผ่านตัวผ่อนกำลังดัน  เหมือนกับการหายใจอย่างปกติ

  4. รีบหนีออกจากสถานที่นั้นไปยังที่ที่สามารถหายใจได้ตามปกติ

 

 

 

ข้อพึงระวัง

  1. ผู้ที่จะใช้อุปกรณ์นี้จะต้องได้รับการฝึกวิธีใช้ก่อน

  2. ควรเก็บรักษาในที่ที่มีอุณหภูมิไม่สูงจัด  ระวังการกระแทกอย่างรุนแรงและไม่นำไปไว้กลางแจ้งซึ่งมีแดดจัด

  3. หน้ากากควรจะพันไว้ตามรูปแบบและเก็บไว้ในถุง

  4. ควรตรวจสอบกำลังดันของถังทุกเดือน  หากกำลังดันต่ำกว่าร้อยละ  95  ของกำลังดันใช้งาน  ควรตรวจสอบถังหรือส่งไปบรรจุอากาศใหม่ทันที

  5. อุปกรณ์ควรเก็บในสถานที่ที่สะดวกในการนำมาใช้ได้ทันทีและตัววัดกำลังดันควรเก็บให้หันหน้ามาทางช่องของถุงที่เจาะไว้เพื่อสะดวกและประหยัดเวลาในการตรวจสอบก่อนใช้

  6. ตรวจสภาพถังเก็บอากาศทุก   3  ปี  จากวันผลิต

 

การตรวจสอบ

เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์นี้  หลังจากใช้ทุกเดือน  และทำบันทึกการตรวจสอบไว้

 

  

การบำรุงรักษา

  1. ภายหลังการใช้ทำความสะอาดหน้ากากและช่องกระจกสำหรับมองต้องใส

  2. พับเก็บหน้ากากตามวิธีพับให้เรียบร้อยแล้วเก็บลงในถุง

  3. หากหน้ากากชำรุดเสียหายให้เปลี่ยนทันที

  4. ป้องกันอย่าให้ตัวผ่อนกำลังดันเกิดสนิม  หากเกิดสนิมขึ้นต้องขจัดออกทันที

 

 

กฎข้อบังคับที่ควรทราบเกี่ยวกับอุปกรณ์

  1. บริเวณที่พักอาศัยจะต้องมีอุปกรณ์อย่างน้อย  2  ชุด

  2. บริเวณห้องเครื่องจะต้องมีอุปกรณ์อย่างน้อย  2  ชุด  และจะต้องเก็บไว้ในที่ที่ซึ่งสามารถหยิบใช้ได้โดยทันที

  3. บนเรือจะต้องมีอุปกรณ์สำรอง  1  ชุด

  4. อุปกรณ์นี้จะต้องใช้ได้อย่างน้อย  10  นาที

  5. อุปกรณ์ที่ใช้ฝึกต้องทำเครื่องหมายและแยกไว้ต่างหากจากอุปกรณ์ที่กำหนดให้มีบนเรือ

 

ข้อควรปฏิบัติก่อนการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดต่างๆ

1.       ผู้ใช้ควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้เครื่องและมีความชำนาญในการใช้เครื่องช่วยหายใจ

2.       เครื่องช่วยหายใจควรได้รับการดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

3.       ขวดอากาศควรมีอากาศอัดไว้เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา

4.       การเก็บรักษาเครื่อง ควรเก็บอุปกรณ์ต่างๆไว้ด้วยกันในลักษณะที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

5.       ควรจัดให้พนักงานได้รับการฝึกการใช้เครื่องช่วยหายใจแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวล

 

ข้อควรปฏิบัติก่อนการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดต่างๆ

1.       ผู้ใช้ควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้เครื่องและมีความชำนาญในการใช้เครื่องช่วยหายใจ

2.       เครื่องช่วยหายใจควรได้รับการดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

3.       ขวดอากาศควรมีอากาศอัดไว้เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา

4.       การเก็บรักษาเครื่อง ควรเก็บอุปกรณ์ต่างๆไว้ด้วยกันในลักษณะที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

5.       ควรจัดให้พนักงานได้รับการฝึกการใช้เครื่องช่วยหายใจแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอ

 

 

 <ภาคที่ 3 ...อยู่ในระหว่างการจัดทำ......>

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้

 

 

Disclaimed: มารีนเนอร์ไทยดอทคอม ขอสงวนสิทธิ์ในการับรองความถูกต้องในบทความ ข้อมูล เนื้อหา ภายในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ภาพ เสียง ซอฟแวร์ การเชื่อมโยง(ลิงค์) และ/หรือ บริการอื่นๆ และจะไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดในการใช้เนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้าน การค้า การกระทำ การคาดการณ์ พยากรณ์ การวิจัย และอื่นๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของท่านผู้เขียนแต่ละรายไป ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ กรณีที่ท่านส่งบทความที่มิได้ขออนุญาตต่อผู้ครองสิทธิ์แท้จริงนำมาลงไว้ภายในเว็บไซด์นี้

©2002 Mariner Thai  Dot Com.  All rights reserved - Web designed by .<nv>.

Contact webmaster: Webmaster@Marinerthai.org